1. องค์การสหประชาชาติ
ยกย่องใหวันวิสาขบูชา
เป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติคือ
"วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

2. เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งของพุทธศาสนา
เนื่องจากเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ เป็นวันตรัสรู้ และวันเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ซึ่งทั้ง ๓ เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นตรงกันในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
กล่าวคือ

 
  ครั้งแรก
เป็น วันประสูต
ของเจ้าสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ออกบวช
และบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน
ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ
(ปัจจุบันอยู่ในเมืองลุมมินเด ประเทศเนปาล)
ในเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
(ปีพุทธศักราช เริ่มนับตั้งแต่พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพาน)

         

ครั้งที่สอง
เป็น วันตรัสรู้
ของพระพุทธเจ้า ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ
(ปัจจุบันอยู่ที่เมืองพุทธคยา แคว้นพิหาร ประเทศอินเดีย)
ในวันพุธขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี

     
  
ครั้งที่สาม
เป็น วันปรินิพพาน
 ณ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์
เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ
(ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองกุสีนคระ
แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย)
เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง
รวมสิริพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา
ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี

                 
             กล่าวกันว่า การบังเกิดของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มิใช่ภาวะที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ
พระพุทธเจ้าได้ตรัสเล่าไว้ชัดเจนว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญเพียรสร้างบารมีมาแล้วถึง
๒๐ อสงไขยกับแสนกัป(นานมากจนนับไม่ถ้วน) ตลอดภพชาติอันยาวนานในอดีต
ทรงสะสมบารมีไว้ถึง ๑๐ ประการ เรียกว่า “ทศบารมี” อันได้แก่
ทาน ศีล เนกขัม (ตัดอาลัยจากครอบครัว และออกบวชประพฤติพรหมจรรย์)
ปัญญา (ศึกษาให้แจ้งทั้งทางโลกทางธรรม) วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน(ตั้งปณิธานแน่วแน่ที่จะทำดี)
เมตตาและอุเบกขา ซึ่งพระองค์ได้ทรงบำเพ็ญความดี รักษาความบริสุทธิ์ทั้งกาย
วาจาและใจเช่นนี้มาหลายภพหลายชาติจนชาติสุดท้ายก็คือ พระเวสสันดร ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

             ดังนั้น จึงมิใช่เรื่องง่ายที่คนเราทุกคนจะได้เกิดในยุคที่มีพระพุทธเจ้ามาโปรดสัตว์
อย่างไรก็ดี ในกัปนี้ (โบราณถือว่า โลกประลัยครั้งหนึ่งเป็นสิ้นกัปหนึ่ง แสดงว่านานมากทีเดียว)
จะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้และโปรดสัตว์ ๕ พระองค์ โดยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ ๔
คือ พระสมณโคดม (หรือเจ้าชายสิทธัตถะ) ส่วนองค์ต่อไปที่จะตรัสรู้และมาโปรดสัตว์ในอนาคต
คือ พระศรีอารยเมตไตรย (พระ-สี-อา-ระ-ยะ-เมด-ไต) ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “พระศรีอาริย์” (พระ-สี-อาน)
ซึ่งเราคงได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงเสมอๆ สำหรับอีกสามพระองค์แรกคือ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ
พระพุทธเจ้าโกนาคมโน และพระพุทธเจ้ากัสสโป


----@@@---