|
ตอนเช้า
ทุกคนตื่นนอนขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดใสหลังจากได้นอนหลับพักผ่อนมาตลอดคืน...
หัวใจพองโตพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนเองในวันนี้ต่อไป...
"คำพูดแรกที่ได้ยินทำให้ผู้ฟังรู้สึกหัวใจพองโตหรือหัวใจแฟบเหลือนิดเดียว"
สุขใจตื่นแต่เช้า...
รีบเตรียมอาหารให้สามีและลูกรับประทานก่อนไปทำงาน
คำพูดที่สามีทักทายสุขใจในตอนเช้า
สามี : "ผมเบื่อขนมปังกับไข่ดาวของคุณเต็มที่แล้วนะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้างได้มั้ย"
(หัวใจของสุขใจถูกเฉือนแหว่งไปแล้ว 1 ส่วน
หน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเริ่มเศร้า....)
สุขใจขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนพบครูประจำชั้นรายงานพฤติกรรมของลูกให้ฟัง
คุณครู : "เทอมนี้เรียนแย่กว่าเทอมที่แล้วอีก
ผู้ปกครองช่วยกวดขันหน่อยนะเดี๋ยวจะเรียนไม่จบ"
(หัวใจของสุขใจถูกเฉือนแหว่งไปอีก 1 ส่วน...)
เมื่อสุขใจมาถึงที่ทำงานพบเพื่อนร่วมงาน
เพื่อน : "นี่เธอทำไมทำหน้าซีดเป็นซากศพอย่างนั้นล่ะดูไม่สดใสเอาซะเลย"
(หัวใจของสุขใจถูกเฉือนแหว่งเพิ่มไปอีก 1 ส่วน)
.....ตลอดทั้งวันสุขใจจะต้องพบปะผู้คนอีกมากมาย
ไม่รู้จะถูกเฉือดเฉือนหัวใจด้วยคำพูด กริยาทางท่า
อีกสักเท่าไร...
ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนอยากได้ยินคำพูดดีๆ
ไพเราะ จริงใจ และให้กำลังใจ
ถึงแม้จะเป็นคำตำหนิเราก็สามารถพูดในเชิงบวกให้ผู้ฟังรู้สึกดีได้เช่นกัน...
บางคนอาจถามว่าพูดดีๆเป็นยังไง...
คำพูดประกอบด้วยหลายส่วนทั้งข้อความน้ำเสียงและท่าทาง
พูดดีคือการพูดที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกมีความสุข
สบายใจ
คำพูดหรือท่าทางต้องไม่เยาะเย้ย ถากถาง หรือเสียดสี
ทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ดี หดหู่ เสียใจ น้อยใจ
ซึ่งความรู้สึกไม่ดีเหล่านี้อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้โดยที่ผู้พูดอาจคาดไม่ถึง
เรามาเริ่มพูดดีๆให้กำลังใจคนรอบข้างกันตั้งแต่วันนี้
แล้วจะพบว่าโลกนี้สดใสและน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย....
--------------------------------------------------------------------
ลองสำรวจตัวเองว่า...วันนี้
คุณเฉือนหัวใจใครไปบ้างหรือเปล่า ;-)
"ครู
Runningู"
|